ผู้ซื้อในสหรัฐฯ จะต้องรับผิดชอบชำระภาษีนำเข้าเพิ่มเติมสำหรับทุกคำสั่งซื้อ และอาจต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่ออำนวยความสะดวกในกระบวนการศุลกากร
การจัดส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ อาจล่าช้าเนื่องจากกระบวนการตรวจสอบของศุลกากรสหรัฐฯ eBay จะปรับ Estimated Delivery Dates (EDDs) เพื่อให้วันคาดการณ์จัดส่งถึงผู้ซื้อมีความแม่นยำมากขึ้น
โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียมและข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกรวบรวมโดยผู้ให้บริการขนส่งหลังจากที่ผู้ซื้อทำการสั่งซื้อบน eBay แล้ว และภาษีนำเข้าเหล่านี้จะไม่ถูกรวมไว้ในราคาที่แสดงบน eBay (ยกเว้นในกรณีที่เป็นรายการสินค้าประเภท DDP)
เราจะคอยอัพเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง โปรดเข้ามาเช็คข้อมูลที่ศูนย์ข้อมูลผู้ขาย
สิ่งที่ผู้ขายควรทราบ
เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2568 สินค้านำเข้าทั้งหมดไปยังสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า โดยไม่คำนึงถึงมูลค่า ซึ่งภาษีเหล่านี้จะถูกกำหนดจาก:
- ประเทศ/ภูมิภาคที่ผลิตสินค้า
- ประเภทของสินค้า
นอกจากนี้ สินค้าที่มีส่วนประกอบบางประเภท เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม หรือทองแดง อาจถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม
อัตราภาษีนำเข้าใหม่ หรือการปรับเพิ่มอัตรา จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568
ผู้ซื้อในสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ โดยเลือกสินค้าที่มีการระบุประเทศผู้ผลิตอย่างชัดเจน เราขอแนะนำให้ผู้ขายใส่ข้อมูลประเทศผู้ผลิตในประกาศขาย
ภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียมและข้อมูลส่วนบุคคล มักถูกรวบรวมโดยผู้ให้บริการขนส่งหลังจากที่ผู้ซื้อชำระเงินเสร็จสิ้น ราคาที่แสดงบน eBay อาจยังไม่รวมค่าธรรมเนียมเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม หากผู้ขายใช้ Global Shipping Programme (UK) หรือ SpeedPAK (จากจีน) ผู้ซื้อจะเห็นราคาที่รวมค่าภาษีและค่าธรรมเนียมทั้งหมด
การขายอย่างไร้ข้อกังวล
Global Shipping Programme (GSP) ของ eBay เป็นบริการที่เชื่อถือได้ที่สามารถช่วยคุณส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ และตลาดต่างประเทศกว่า 100 ประเทศได้อย่างมั่นใจ
โปรแกรมนี้ทำให้การขายสินค้าระหว่างประเทศง่ายพอ ๆ กับการขายภายในประเทศ หากผู้ขายมีร้านค้าจดทะทะเบียนในสหราชอาณาจักร เพียงส่งสินค้าของคุณไปยัง UK Shipping Centre จากนั้น eBay จะดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ศุลกากร การติดตาม ไปจนถึงการคำนวณภาษี ผู้ขายจะได้รับการคุ้มครองเต็มรูปแบบทันทีเมื่อสินค้าของคุณถึง UK Shipping Centre
ตัวเลือกการจัดส่งของคุณเมื่อส่งออก
ผู้ให้บริการขนส่งเจ้าอื่น
- ผู้ซื้อจะเห็นราคาสินค้าตอน checkout
- ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบในการชำระภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องให้กับผู้ให้บริการขนส่ง
- ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการกระบวนการศุลกากร ร่วมกับผู้ให้บริการขนส่ง
ผลกระทบต่อ DDU Items
สำหรับสินค้าที่ขายในรูปแบบ Delivered Duty Unpaid (DDU) ภาษีนำเข้าอาจถูกเรียกเก็บ ไม่ว่าสินค้านั้นจะมีราคาขายเท่าใดก็ตาม ผู้ขายไม่จำเป็นต้องปรับราคาสินค้า เพราะเป็นความรับผิดชอบของผู้ให้บริการขนส่งในการจัดการพิธีการศุลกากร (Formal Clearance) และการเก็บค่าภาษีนำเข้าจากผู้ซื้อ
ผลกระทบต่อ DDP Items
สำหรับสินค้าที่ขายในรูปแบบ Delivered Duty Paid (DDP) การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีนำเข้าจะทำให้ผู้ขายต้องตรวจสอบและอาจต้องปรับราคาขายใหม่ ผู้ขายอาจจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าเพื่อรักษากำไร และปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ ซึ่งอาจรวมถึงการคำนวณต้นทุนใหม่โดยรวมอัตราภาษีนำเข้าที่มีการปรับปรุงล่าสุดเข้าไปในรายการสินค้า
Location ของสินค้า
สถานที่ที่ใช้เก็บหรือส่งออกสินค้าไม่มีผลต่อโครงสร้างการเก็บภาษีนำเข้า ตัวอย่างเช่น สินค้าที่มีแหล่งผลิตจากอินเดีย แม้จะถูกเก็บไว้ในคลังสินค้าของประเทศอื่นและจัดส่งไปยังสหรัฐฯ ก็ยังคงถูกเรียกเก็บภาษีตามโครงสร้างภาษีที่กำหนดสำหรับสินค้าที่มีแหล่งผลิตจากอินเดีย โปรดเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงเรื่องภาษี เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีแบบเฉพาะ
อาจมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม นอกเหนือจากอัตรา Most Favored Nation (MFN) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ภาษีเหล่านี้จะถูกกำหนดตามรหัสสินค้าในระบบ Harmonized System (HSN Codes) และจะมีการทบทวนอีกครั้งหลังจากครบ 90 วัน ผู้ขายควรตรวจสอบ HSN Codes ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของท่าน และอาจต้องปรับกลยุทธ์การตั้งราคาให้เหมาะสม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่นี่
DDP รวมค่าภาษีนำเข้าไว้ในราคาสินค้าแล้ว ขณะที่ DDU ไม่รวม ทำให้ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้เอง ซึ่งหมายความว่า DDP จะให้ผู้ขายรับผิดชอบเรื่องภาษีมากกว่า
DDU (Delivered Duty Unpaid)
ผู้ขายจัดส่งสินค้าไปยังสถานที่ที่ตกลงกันไว้ ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบและชำระค่าภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียมอื่น และการผ่านพิธีการศุลกากรทั้งหมด
DDP (Delivered Duty Paid)
ผู้ขายจัดส่งสินค้าไปยังสถานที่ที่ตกลงกันไว้ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียมอื่น และการผ่านพิธีการศุลกากร ผู้ซื้อเพียงแค่รอรับสินค้า
| ประเภทของภาษี | มูลค่าการจัดส่ง | รายละเอียด |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการดำเนินพิธีการศุลกากรแบบทางการ | มากกว่า 2,500 เหรียญสหรัฐฯ | การจัดส่งสิยค้าที่มีมูลค่าเกิน 2,500 เหรียญสหรัฐฯ ต้องผ่านกระบวนการดำเนินพิธีการศุลกากรแบบทางการและหน่วยงานป้องกันชายแดน (Customs and Border Protection) ซึ่งต้องผ่านการรับฝากของไว้ในอารักขาของศุลกากร (Customs Bond) และกระบวนการพิธีการศุลกากรอย่างละเอียด |
| มูลค่าขั้นต่ำในการนำเข้าที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า | ยกเลิกแล้ว | การยกเว้น De Minimis ถูกยกเลิกทั้งหมด การจัดส่งทุกรายการสินค้าไม่ว่ามูลค่าเท่าใดก็ตามจะต้องเสียภาษีนำเข้า |
การผ่านพิธีการศุลกากรแบบทางการจะใช้กับการจัดส่งที่มีมูลค่าสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนดของประเทศนั้น ๆ หรือสินค้าที่ถูกควบคุม ต้องมีขั้นตอนการดำเนินพิธีการศุลกากรที่ละเอียดมากขึ้น ใช้เอกสารเพิ่มเติม และในหลายกรณีจำเป็นต้องมีตัวแทนออกของ (Customs Broker) ที่ได้รับอนุญาตเข้ามาช่วยดำเนินการ
- เกณฑ์มูลค่าสูงกว่ากำหนด (Higher value threshold): ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกา การจัดส่งที่มีมูลค่าเกิน 2,500 เหรียญสหรัฐฯ มักจะต้องทำการนำเข้าแบบ Formal Entry
- รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสินค้า (Detailed documentation): การนำเข้าแบบ Formal Entry ต้องใช้เอกสารหลายอย่าง เช่น ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice), ใบรายการบรรจุ (Packing List), ใบกำกับสินค้าสำหรับการขนส่งทางอากาศ ระหว่างประเทศ (Bill of Lading / Airway Bill) และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า
- ความจำเป็นของการรับฝากของไว้ในอารักขาของศุลกากร (Customs Bond): สินค้าส่วนใหญ่ต้องผ่าน Customs Bond เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าเป็นไปตามกฎระเบียบศุลกากรและการชำระภาษีs
- ค่าธรรมเนียมของตัวแทนออกของ (Brokerage fees): เนื่องจากขั้นตอนของ Formal Entry มีความซับซ้อน ผู้นำเข้ามักต้องใช้บริการ Customs Broker ที่ได้รับอนุญาตเพื่อช่วยดำเนินการ
- ใช้เวลาดำเนินการนานกว่าปกติ (Longer processing time): เพราะศุลกากรต้องตรวจสอบเอกสารจำนวนมาก การนำเข้าแบบ Formal Entry จึงใช้เวลาเคลียร์นานกว่า Informal Entry
- สินค้าที่ถูกควบคุม (Controlled goods): สินค้าบางประเภท เช่น อาหาร เครื่องมือแพทย์ ยา และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาจถูกกำหนดให้ต้องใช้ Formal Entry เสมอ ไม่ว่ามูลค่าสินค้าจะเท่าใดก็ตาม
คำถามที่พบบ่อย
eBay จะช่วยปกป้องผู้ขายอย่างไร?
eBay จะคุ้มครองผู้ขายจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงด้านภาษีนำเข้า เช่น ปรับ Late Shipment Rate (LSR) หากความล่าช้าเกิดจากการตรวจสอบศุลกากรหรือการขนส่ง ลบ Defect ที่เกี่ยวข้อง ลบ Negative/Neutral Feedback (NNFB) ที่เกี่ยวข้องกับภาษี เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบาย feedback remove policy
จะเกิดอะไรขึ้นหากผู้ซื้อขอยกเลิกหรือคืนสินค้า?
นโยบายการคืนสินค้าของ eBay ไม่มีการเปลี่ยนแปลง การขายส่วนใหญ่เป็นแบบ DDU ผู้ซื้อจึงเป็นผู้รับผิดชอบค่าภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียม และขั้นตอนพิธีการศุลกากร ส่วนผู้ขายไม่จำเป็นต้องยอมรับคำขอยกเลิก หากเหตุผลคือผู้ซื้อไม่ต้องการจ่ายภาษีหรือค่าธรรมเนียมดังกล่าว
จะเกิดอะไรขึ้นหากผู้ซื้อไม่ยอมจ่ายภาษีและค่าธรรมเนียม?
ในกรณีการขายแบบ DDU หากผู้ซื้อไม่ชำระค่าภาษีหรือค่าธรรมเนียม สินค้าจะไม่ถูกส่งมอบให้ผู้ซื้อ สำหรับสินค้าที่ถูกตีกลับหรือค้างอยู่นั้นจะขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้บริการขนส่งว่าจะจัดการต่ออย่างไร โปรดทราบว่า eBay Money Back Guarantee ไม่ครอบคลุมกรณีนี้
ถ้าผู้ซื้อมีคำถามเกี่ยวกับภาษีหรือนโยบายใหม่ ผู้ขายควรทำอย่างไร?
สำหรับผู้ซื้อในสหรัฐฯ สามารถแนะนำให้ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่
สำหรับผู้ซื้อจากประเทศอื่น ๆ สามารถดูข้อมูลได้ที่หน้าการซื้อระหว่างประเทศได้ที่นี่
ฉันต้องเปลี่ยนการตั้งค่าการจัดส่งเนื่องจากมีการอัปเดตเรื่องภาษีสำหรับการส่งสินค้าแบบ DDU ไปสหรัฐฯ หรือไม่?
ไม่จำเป็น เมื่อผู้ซื้อในสหรัฐฯ ได้รับสินค้า พวกเขาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายภาษีและดำเนินพิธีการศุลกากรเอง ไม่ว่าผู้ขายจะตั้งค่าการจัดส่งไว้อย่างไร
ฉันต้องแจ้งผู้ซื้อเกี่ยวกับเรื่องภาษีนำเข้าที่มีการอัปเดตหรือไม่?
ไม่จำเป็น ผู้ขายไม่มีภาระผูกพันต้องแจ้งผู้ซื้อเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษี สำหรับการส่งสินค้าแบบ DDU ค่าภาษี ค่าธรรมเนียม และข้อมูลส่วนบุคคล มักถูกรวบรวมโดยผู้ให้บริการขนส่งหลังจากที่ผู้ซื้อทำการ checkout
ในฐานะผู้ขาย ฉันต้องจ่ายภาษีนำเข้าหรือไม่?
ไม่ต้องจ่าย ภายใต้ DDU ผู้ขายไม่จำเป็นต้องเก็บหรือรายงานค่าภาษีนำเข้า ภาษีเหล่านี้เป็นความรับผิดชอบของผู้ซื้อ โดยผู้ให้บริการขนส่งจะเป็นผู้ติดต่อและเก็บเงินจากผู้ซื้อโดยตรง
แหล่งผลิตสินค้า (item origin) มีผลต่อการคำนวณภาษีหรือไม่ หรือตำแหน่งที่เก็บสินค้า (item location) เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า?
ภาษีจะขึ้นอยู่กับประเทศผู้ผลิต (Country of Origin) ไม่ใช่สถานที่จัดเก็บหรือสถานที่ส่งออกสินค้า
ผู้ขายควรใช้ผู้ให้บริการขนส่งเจ้าใดเพื่อให้มั่นใจว่าศุลกากรยอมรับการนำเข้าแบบ Formal Entry?
แนะนำผู้ขายควรใช้บริการ Express Carriers เช่น DHL, FedEx หรือ UPS เพราะผู้ให้บริการเหล่านี้มีระบบที่รองรับข้อกำหนดด้านการนำเข้าแบบ Formal Entry อยู่แล้ว
สินค้าจะล่าช้าที่ปลายทางหรือไม่?
เนื่องจากข้อกำหนดด้านการนำเข้าและภาษีที่เปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้เกิดความล่าช้าที่ปลายทางได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อเวลาการจัดส่ง ผู้ขายและผู้ซื้อควรตรวจสอบข้อมูลการจัดส่งจากผู้ให้บริการขนส่งเพื่ออัปเดตสถานะปัจจุบัน
หากสินค้าล่าช้าหรือถูกกักไว้ที่ปลายทาง ผู้ขายจะได้รับการคุ้มครองเรื่อง Defect หรือ Feedback เชิงลบหรือไม่?
ใช่ eBay จะดำเนินมาตรการปกป้องผู้ขาย เช่น การปรับ Late Shipment Rate (LSR) หาก Tracking แสดงชัดว่าความล่าช้าเกิดจากการขนส่ง การลบ Defect ที่เกี่ยวข้อง การลบ Negative/Neutral Feedback ที่เกี่ยวข้องกับภาษี
ผู้ขายจำเป็นต้องอัปเดตรายการสินค้าหรือไม่?
กรณีทั่วไปไม่จำเป็น (ยกเว้นผู้ขายในจีนและฮ่องกงอาจต้องปรับบางส่วน) ผู้ขายอาจต้องให้ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น Country of Origin และ HS Code/HTS Code แก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือผู้ให้บริการขนส่ง หากใช้บริการขนส่งผ่าน eBay เช่น SpeedPAK, Global Shipping Programme (GSP), eBay International Shipping (eIS) ระบบจะดูแลเรื่องนี้ให้โดยอัตโนมัติ
ภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำมาคิดรวมกับ Final Value Fee ของ eBay หรือไม่?
ภาษีนำเข้าไม่มีผลต่อการคำนวณ Final Value Fee
ภาษีนำเข้าจะถูกเพิ่มเข้ามาในขั้นตอน Checkout บน eBay เลยหรือไม่?
eBay จะแจ้งให้ผู้ซื้อทราบหากมีความเป็นไปได้ที่จะมีการเก็บภาษีเพิ่มเติม (จาก Tariffs) บนหน้าสินค้าและในขั้นตอน Checkout อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนโยบายศุลกากรของสหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยอดภาษีที่แน่นอนอาจไม่ถูกแสดง ผู้ซื้อควรติดต่อผู้ให้บริการขนส่งโดยตรงเพื่อยืนยันจำนวนภาษีที่แท้จริง
ฉันจะหาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับประเทศอื่น ๆ ได้ที่ไหน
โปรดตรวจสอบหน้า eBay Help ของประเทศนั้น ๆ:
- แคนาดา
- สหราชอาณาจักร
- จีน
- เยอรมนี
- ฝรั่งเศสและเบลเยียม
- อิตาลี
- ออสเตรเลีย