ผู้ซื้อในสหรัฐฯ จะต้องรับผิดชอบชำระภาษีนำเข้าเพิ่มเติมสำหรับทุกคำสั่งซื้อ และอาจต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่ออำนวยความสะดวกในกระบวนการศุลกากร
การจัดส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ อาจล่าช้าเนื่องจากกระบวนการตรวจสอบของศุลกากรสหรัฐฯ eBay จะปรับ Estimated Delivery Dates (EDDs) เพื่อให้วันคาดการณ์จัดส่งถึงผู้ซื้อมีความแม่นยำมากขึ้น
โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียมและข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกรวบรวมโดยผู้ให้บริการขนส่งหลังจากที่ผู้ซื้อทำการสั่งซื้อบน eBay แล้ว และภาษีนำเข้าเหล่านี้จะไม่ถูกรวมไว้ในราคาที่แสดงบน eBay (ยกเว้นในกรณีที่เป็นรายการสินค้าประเภท DDP)
เราจะคอยอัพเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง โปรดเข้ามาเช็คข้อมูลที่ศูนย์ข้อมูลผู้ขาย
สิ่งที่ผู้ขายควรทราบ
เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2568 สินค้านำเข้าทั้งหมดไปยังสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า โดยไม่คำนึงถึงมูลค่า ซึ่งภาษีเหล่านี้จะถูกกำหนดจาก:
- ประเทศ/ภูมิภาคที่ผลิตสินค้า
- ประเภทของสินค้า
นอกจากนี้ สินค้าที่มีส่วนประกอบบางประเภท เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม หรือทองแดง อาจถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม
อัตราภาษีนำเข้าใหม่ หรือการปรับเพิ่มอัตรา จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568
ผู้ซื้อในสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ โดยเลือกสินค้าที่มีการระบุประเทศผู้ผลิตอย่างชัดเจน เราขอแนะนำให้ผู้ขายใส่ข้อมูลประเทศผู้ผลิตในประกาศขาย
ภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียมและข้อมูลส่วนบุคคล มักถูกรวบรวมโดยผู้ให้บริการขนส่งหลังจากที่ผู้ซื้อชำระเงินเสร็จสิ้น ราคาที่แสดงบน eBay อาจยังไม่รวมค่าธรรมเนียมเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม หากผู้ขายใช้ Global Shipping Programme (UK) หรือ SpeedPAK (จากจีน) ผู้ซื้อจะเห็นราคาที่รวมค่าภาษีและค่าธรรมเนียมทั้งหมด
สำหรับการจัดส่งไปยังสหรัฐอเมริกาผ่านบริการไปรษณีย์ พัสดุจะถูกเรียกเก็บ อัตราภาษีศุลกากร (Tariff Rate) หรือ อัตราค่าธรรมเนียมแบบเหมาจ่าย (Flat Rate)
ตัวเลือกการคิดค่าธรรมเนียมแบบเหมาจ่ายนี้จะมีให้ใช้ จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2026 หลังจากนั้น จะมีการเรียกเก็บ อัตราภาษีศุลกากรตามประเทศที่ผลิตสินค้า (Country of Manufacture)
การขายอย่างไร้ข้อกังวล
Global Shipping Programme (GSP) ของ eBay เป็นบริการที่เชื่อถือได้ที่สามารถช่วยคุณส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ และตลาดต่างประเทศกว่า 100 ประเทศได้อย่างมั่นใจ
โปรแกรมนี้ทำให้การขายสินค้าระหว่างประเทศง่ายพอ ๆ กับการขายภายในประเทศ หากผู้ขายมีร้านค้าจดทะทะเบียนในสหราชอาณาจักร เพียงส่งสินค้าของคุณไปยัง UK Shipping Centre จากนั้น eBay จะดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ศุลกากร การติดตาม ไปจนถึงการคำนวณภาษี ผู้ขายจะได้รับการคุ้มครองเต็มรูปแบบทันทีเมื่อสินค้าของคุณถึง UK Shipping Centre
ตัวเลือกการจัดส่งของคุณเมื่อส่งออก
ผู้ให้บริการขนส่งเจ้าอื่น
- ผู้ซื้อจะเห็นราคาสินค้าตอน checkout
- ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบในการชำระภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องให้กับผู้ให้บริการขนส่ง
- ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการกระบวนการศุลกากร ร่วมกับผู้ให้บริการขนส่ง
ผลกระทบต่อ DDU Items
สำหรับสินค้าที่ขายในรูปแบบ Delivered Duty Unpaid (DDU) ภาษีนำเข้าอาจถูกเรียกเก็บ ไม่ว่าสินค้านั้นจะมีราคาขายเท่าใดก็ตาม ผู้ขายไม่จำเป็นต้องปรับราคาสินค้า เพราะเป็นความรับผิดชอบของผู้ให้บริการขนส่งในการจัดการพิธีการศุลกากร (Formal Clearance) และการเก็บค่าภาษีนำเข้าจากผู้ซื้อ
ผลกระทบต่อ DDP Items
สำหรับสินค้าที่ขายในรูปแบบ Delivered Duty Paid (DDP) การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีนำเข้าจะทำให้ผู้ขายต้องตรวจสอบและอาจต้องปรับราคาขายใหม่ ผู้ขายอาจจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าเพื่อรักษากำไร และปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ ซึ่งอาจรวมถึงการคำนวณต้นทุนใหม่โดยรวมอัตราภาษีนำเข้าที่มีการปรับปรุงล่าสุดเข้าไปในรายการสินค้า
Location ของสินค้า
สถานที่ที่ใช้เก็บหรือส่งออกสินค้าไม่มีผลต่อโครงสร้างการเก็บภาษีนำเข้า ตัวอย่างเช่น สินค้าที่มีแหล่งผลิตจากอินเดีย แม้จะถูกเก็บไว้ในคลังสินค้าของประเทศอื่นและจัดส่งไปยังสหรัฐฯ ก็ยังคงถูกเรียกเก็บภาษีตามโครงสร้างภาษีที่กำหนดสำหรับสินค้าที่มีแหล่งผลิตจากอินเดีย โปรดเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงเรื่องภาษี เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีแบบเฉพาะ
อาจมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม นอกเหนือจากอัตรา Most Favored Nation (MFN) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ภาษีเหล่านี้จะถูกกำหนดตามรหัสสินค้าในระบบ Harmonized System (HSN Codes) และจะมีการทบทวนอีกครั้งหลังจากครบ 90 วัน ผู้ขายควรตรวจสอบ HSN Codes ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของท่าน และอาจต้องปรับกลยุทธ์การตั้งราคาให้เหมาะสม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่นี่
DDP รวมค่าภาษีนำเข้าไว้ในราคาสินค้าแล้ว ขณะที่ DDU ไม่รวม ทำให้ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้เอง ซึ่งหมายความว่า DDP จะให้ผู้ขายรับผิดชอบเรื่องภาษีมากกว่า
DDU (Delivered Duty Unpaid)
ผู้ขายจัดส่งสินค้าไปยังสถานที่ที่ตกลงกันไว้ ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบและชำระค่าภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียมอื่น และการผ่านพิธีการศุลกากรทั้งหมด
DDP (Delivered Duty Paid)
ผู้ขายจัดส่งสินค้าไปยังสถานที่ที่ตกลงกันไว้ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงภาษีนำเข้า ค่าธรรมเนียมอื่น และการผ่านพิธีการศุลกากร ผู้ซื้อเพียงแค่รอรับสินค้า
| ประเภทของภาษี | มูลค่าการจัดส่ง | รายละเอียด |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการดำเนินพิธีการศุลกากรแบบทางการ | มากกว่า 2,500 เหรียญสหรัฐฯ | การจัดส่งสิยค้าที่มีมูลค่าเกิน 2,500 เหรียญสหรัฐฯ ต้องผ่านกระบวนการดำเนินพิธีการศุลกากรแบบทางการและหน่วยงานป้องกันชายแดน (Customs and Border Protection) ซึ่งต้องผ่านการรับฝากของไว้ในอารักขาของศุลกากร (Customs Bond) และกระบวนการพิธีการศุลกากรอย่างละเอียด |
| มูลค่าขั้นต่ำในการนำเข้าที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า | ยกเลิกแล้ว | การยกเว้น De Minimis ถูกยกเลิกทั้งหมด การจัดส่งทุกรายการสินค้าไม่ว่ามูลค่าเท่าใดก็ตามจะต้องเสียภาษีนำเข้า |
การผ่านพิธีการศุลกากรแบบทางการจะใช้กับการจัดส่งที่มีมูลค่าสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนดของประเทศนั้น ๆ หรือสินค้าที่ถูกควบคุม ต้องมีขั้นตอนการดำเนินพิธีการศุลกากรที่ละเอียดมากขึ้น ใช้เอกสารเพิ่มเติม และในหลายกรณีจำเป็นต้องมีตัวแทนออกของ (Customs Broker) ที่ได้รับอนุญาตเข้ามาช่วยดำเนินการ
- เกณฑ์มูลค่าสูงกว่ากำหนด (Higher value threshold): ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกา การจัดส่งที่มีมูลค่าเกิน 2,500 เหรียญสหรัฐฯ มักจะต้องทำการนำเข้าแบบ Formal Entry
- รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสินค้า (Detailed documentation): การนำเข้าแบบ Formal Entry ต้องใช้เอกสารหลายอย่าง เช่น ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice), ใบรายการบรรจุ (Packing List), ใบกำกับสินค้าสำหรับการขนส่งทางอากาศ ระหว่างประเทศ (Bill of Lading / Airway Bill) และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า
- ความจำเป็นของการรับฝากของไว้ในอารักขาของศุลกากร (Customs Bond): สินค้าส่วนใหญ่ต้องผ่าน Customs Bond เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าเป็นไปตามกฎระเบียบศุลกากรและการชำระภาษีs
- ค่าธรรมเนียมของตัวแทนออกของ (Brokerage fees): เนื่องจากขั้นตอนของ Formal Entry มีความซับซ้อน ผู้นำเข้ามักต้องใช้บริการ Customs Broker ที่ได้รับอนุญาตเพื่อช่วยดำเนินการ
- ใช้เวลาดำเนินการนานกว่าปกติ (Longer processing time): เพราะศุลกากรต้องตรวจสอบเอกสารจำนวนมาก การนำเข้าแบบ Formal Entry จึงใช้เวลาเคลียร์นานกว่า Informal Entry
- สินค้าที่ถูกควบคุม (Controlled goods): สินค้าบางประเภท เช่น อาหาร เครื่องมือแพทย์ ยา และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาจถูกกำหนดให้ต้องใช้ Formal Entry เสมอ ไม่ว่ามูลค่าสินค้าจะเท่าใดก็ตาม