th
เริ่มขาย

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพรายการสินค้าของคุณ

รายการสินค้าที่มีประสิทธิภาพคืออะไร?

ก็คือรายการที่จะช่วยให้คุณหาผู้ซื้อได้อย่างรวดเร็ว!ต่อไปนี้คือเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้สินค้าของคุณมองเห็นได้ง่ายและดึงดูดใจมากขึ้น
ทำตามคำแนะนำของเราแบบทีละขั้นตอน แล้วเปลี่ยนประกาศธรรมดาๆ ให้กลายเป็นสินค้าที่ขายได้เร็ว!

Creating 1-day listings

เข้าใจพื้นฐานของการลงขายสินค้าได้ง่ายๆ ด้วยวิดีโอแนะนำสั้นๆ นี้ (7:14)

เรียนรู้การทำงานของระบบค้นหาของ eBay

ระบบค้นหาของ eBay ทำงานตามหลักการ Best Match หรือ การจับคู่ที่ดีที่สุด
หมายความว่า ในผลการค้นหานั้น ผู้ซื้อจะเห็นรายการสินค้าที่ตรงกับคำค้นของตนมากที่สุด

หากผู้ซื้อกำลังมองหา เคสมือถือสีแดง (1)
ระบบจะแสดงเฉพาะรายการที่มีคำว่า “red” อยู่ในข้อมูลเฉพาะของสินค้า (2)

อัลกอริทึม Best Match ของ eBay พิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่:

  • ความสอดคล้องของรายการกับคำค้นหาของผู้ซื้อ
  • ความนิยมของสินค้า
  • ราคาของสินค้า
  • คุณภาพของรายการ เช่น คำอธิบาย รูปภาพ เป็นต้น
  • ความสมบูรณ์ของข้อมูลในรายการ
  • เงื่อนไขการให้บริการ เช่น นโยบายการคืนสินค้า และระยะเวลาในการจัดส่ง
  • ประวัติการขายและความน่าเชื่อถือของคุณในฐานะผู้ขาย

คุณสามารถดูความมีประสิทธิภาพของรายการสินค้าได้จากข้อมูลจำนวนการเข้าชมหน้าเพจของรายการนั้นๆ

จำนวนการเข้าชมหน้าเพจ (Page Views)

ข้อมูลการเข้าชมหน้าเพจจะช่วยให้คุณเข้าใจว่ารายการสินค้าของคุณมีประสิทธิภาพแค่ไหน โดยจะบันทึกจำนวนครั้งที่ผู้ใช้งาน eBay เข้ามาดูรายการของคุณ

วิธีดูจำนวนการเข้าชม ไปที่ My eBay > แถบ Activity > Selling > Active
คุณจะเห็นจำนวนการเข้าชมแสดงอยู่ด้านขวาของชื่อสินค้า

หากต้องการดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของรายการสินค้าให้ไปที่ แถบ Performance ใน Seller Hub

Page views

โปรดทราบ: หากคุณเพิ่มตัวนับจำนวนการเข้าชมลงในรายการสินค้า จะถือว่าเป็นการละเมิดกฎของ eBay ในเรื่อง Active Content และรายการสินค้าที่มีโค้ดดังกล่าวจะถูกบล็อก

สรุป

ระบบค้นหาของ eBay ใช้หลักการ Best Match เพื่อแสดงสินค้าที่ตรงกับคำค้นหาของผู้ซื้อมากที่สุด

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อผลการค้นหา ได้แก่ ความสอดคล้องของสินค้า ความนิยม ราคา คุณภาพ และความครบถ้วนของข้อมูลในรายการ

ตรวจสอบประสิทธิภาพของรายการสินค้าได้จาก จำนวนการเข้าชมหน้าเพจ ใน My eBay และ Seller Hub

เลือกรูปแบบการลงขายที่เหมาะสม

บน eBay มีรูปแบบการลงขาย 2 แบบ: แบบประมูล (Auction) ซึ่งผู้ซื้อจะแข่งขันกันเสนอราคาสำหรับสินค้าที่หายากหรือมีความเฉพาะตัว และแบบราคาตายตัว (Fixed Price) สำหรับการซื้อสินค้าทันทีโดยไม่ต้องประมูล การเลือกรูปแบบที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณขายสินค้าได้ในราคาที่ดีที่สุด

ประมูล

เมื่อคุณลงขายสินค้าในรูปแบบการประมูลบน eBay ผู้ซื้อจะทำการเสนอราคาแข่งขันกัน และสินค้าจะตกเป็นของผู้เสนอราคาสูงสุดเมื่อการประมูลสิ้นสุดลง
คุณจะขายสินค้าให้กับผู้ที่เสนอราคาสูงสุดในตอนจบของการประมูล

หลายคนสนุกกับความตื่นเต้นของการประมูล นี่จึงเป็นเหตุผลที่รูปแบบนี้ดึงดูดผู้ซื้อได้มาก สุดท้ายแล้ว สินค้าของคุณอาจขายได้ในราคาที่สูงกว่าที่คาดไว้

IT.png

เมื่อไหร่ที่ควรเลือกลงขายแบบประมูล

คุณไม่แน่ใจว่าควรตั้งราคาสินค้าเท่าไร และต้องการให้ตลาดบน eBay เป็นผู้กำหนดราคาให้

สินค้าของคุณมีความเฉพาะตัว หรือ หายาก ซึ่งอาจดึงดูดความต้องการและกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันเสนอราคา

มูลค่าของสินค้าคุณ เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล หรือ กระแสนิยม

เคล็ดลับการลงขายแบบประมูลบน eBay

  • ตั้งระยะเวลาการประมูลเป็น 7 หรือ 10 วัน เพื่อให้มีผู้ซื้อเห็นรายการของคุณมากขึ้น
  • กำหนดราคาเริ่มต้นให้ต่ำ เพื่อดึงดูดผู้เข้าร่วมประมูลมากขึ้น
  • เพิ่มตัวเลือกซื้อทันที (Buy It Now) โดยตั้งราคาสูงกว่าราคาเริ่มต้นอย่างน้อย 30% เพื่อกระตุ้นให้ผู้ซื้อซื้อทันทีโดยไม่ต้องรอการประมูล ราคาแบบซื้อทันทีจะหายไปเมื่อมีผู้เริ่มประมูลหรือเมื่อถึงราคาขั้นต่ำที่คุณกำหนดไว้

ราคาตายตัว (Fixed Price)

ในการลงขายแบบราคาตายตัว คุณสามารถตั้งราคาสินค้าให้ผู้ซื้อซื้อได้ทันที

รายการแบบราคาตายตัวจะแสดงผลได้นานสูงสุด 30 วัน หรือจนกว่าสินค้าจะขายออกไปได้
คุณยังสามารถตั้งค่าให้เป็นแบบ Good 'Til Canceled ได้ ซึ่งรายการจะต่ออายุอัตโนมัติจนกว่าสินค้าจะขายไปได้หรือคุณจะยกเลิกเอง

ถ้ายังอยากเปิดโอกาสให้มีการต่อรองราคา เพิ่มตัวเลือก Best Offer เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถยื่นข้อเสนอราคา และคุณสามารถเลือกเสนอราคาที่คุณต้องการหรือปฏิเสธได้

Fixed price

เมื่อไหร่ควรลงขายแบบราคาตายตัว

คุณรู้มูลค่าของสินค้า หรือมีราคาที่ต้องการขายชัดเจน

คุณต้องการให้สินค้าถูกแสดงในรายการนานกว่า 10 วัน

คุณมีสินค้าคงคลังจำนวนมาก และการขายแบบราคาตายตัวสะดวกกว่า

คุณมีสินค้าหลายชิ้นที่สามารถจัดเป็นรายการแบบ หลายชิ้น (multi-quantity) หรือ หลายรูปแบบ (multi-variation) ได้

ผู้ขายจำนวนมากนิยมใช้การลงขายแบบราคาตายตัว (Fixed Price) เพราะรายการจะยังแสดงอยู่ตราบใดที่ยังมีสินค้าในสต็อก นอกจากนี้ ประวัติการขายและจำนวนการเข้าชมจะสะสมเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มอันดับของรายการในผลการค้นหาของ eBay

สรุป

ประมูล

เหมาะสำหรับสินค้าที่หายากหรือมีความเฉพาะตัว ให้ผู้ซื้อแข่งขันกันเสนอราคา เหมาะกับสินค้าที่ไม่แน่ใจมูลค่าหรือมีความต้องการผันผวน แนะนำให้ตั้งราคาเริ่มต้นต่ำ และเพิ่มตัวเลือก ซื้อทันที (Buy It Now) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ขายสินค้าได้ไวขึ้น

ราคาตายตัว

เหมาะกับสินค้าที่มีราคาชัดเจนหรือมีจำนวนมากในสต็อก ผู้ซื้อสามารถซื้อได้ทันที
เพิ่มตัวเลือก Best Offer เพื่อเปิดให้มีการต่อรอง รายการจะแสดงผลได้นานสูงสุด 30 วัน หรือจนกว่าจะขายได้ และหากตั้งเป็น Good 'Til Canceled รายการจะต่ออายุอัตโนมัติจนกว่าสินค้าจะขายออกไปได้หมดหรือผู้ขายยกเลิกเอง

เขียนชื่อสินค้าให้มีข้อมูลชัดเจน

ชื่อสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ควรชัดเจน แต่ให้ข้อมูลครบถ้วน ตามกฎของ eBay คุณสามารถใช้ได้ไม่เกิน 80 ตัวอักษร ดังนั้นควรวางแผนให้ดี

รูปแบบชื่อที่แนะนำ:
"NEW” [ยี่ห้อ] [ชื่อสินค้า] [หมายเลขรุ่น] [ตัวเลือก — ขนาด, สี] [คีย์เวิร์ดเพิ่มเติม]

Write an informative title
  • อธิบายลักษณะของสินค้าในชื่อรายการให้กระชับ แม้ข้อมูลนั้นจะซ้ำกับชื่อหมวดหมู่ก็ตาม
  • ใส่คีย์เวิร์ดที่ลูกค้ามักใช้ค้นหาไว้ในชื่อรายการ
  • หากคุณลงขายสินค้าที่มีหลายตัวเลือก (Variation) เช่น เดรสที่มีหลายสี ไม่จำเป็นต้องระบุทุกตัวเลือกในชื่อ ระบบจะจัดการจัดทำดัชนีอัตโนมัติตามคำค้นของผู้ซื้อ
  • เขียนชื่อรายการให้ถูกต้อง: หลีกเลี่ยงการพิมพ์ ตัวอักษรทั้งหมดเป็นตัวใหญ่ หรือใช้ เครื่องหมายพิเศษ เช่น * หรือ – ขั้นระหว่างคำ เพราะอาจทำให้รายการของคุณอยู่ในอันดับต่ำลงในผลการค้นหา

หากไม่แน่ใจว่าจะเลือกใช้คำว่าอะไร ลองดูชื่อรายการของสินค้าคล้ายกันใน eBay เพื่อใช้เป็นแนวทาง

สรุป

เขียนให้ชัดเจน กระชับ พร้อมรายละเอียดสำคัญ (ยี่ห้อ รุ่น ขนาด สี) ใช้คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาของผู้ซื้อ หลีกเลี่ยงการใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดและสัญลักษณ์พิเศษ และใช้ไม่เกิน 80 ตัวอักษรตามที่อีเบย์จำกัด

เลือกหมวดหมู่สินค้าให้ถูกต้อง

เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อค้นหาสินค้าได้ง่าย eBay จัดหมวดหมู่สินค้าไว้อย่างเป็นระบบ จึงสำคัญมากที่คุณจะต้องใช้ แค็ตตาล็อกของ eBay และลงขายสินค้าในหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องมากที่สุด การลงขายสินค้าในหมวดหมู่ที่ไม่เกี่ยวข้องถือเป็นการละเมิดนโยบายของ eBay และจะทำให้คนเห็นรายการสินค้าของคุณได้น้อยลง

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าของคุณอยู่ในหมวดหมู่ที่เหมาะสม โดยสามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้:

ตัวเลือกขั้นสูง

  • การลงขายใน มากกว่า 1 หมวดหมู่ จะเพิ่มโอกาสให้สินค้าของคุณจะเข้าถึงผู้ซื้อที่สนใจ
    อย่างไรก็ตาม คุณจะถูกคิด ค่าธรรมเนียมการลงขาย (insertion fee) สำหรับหมวดหมู่ที่สอง
    (แม้จะใช้สิทธิ์ลงขายฟรีก็ตาม) และค่าธรรมเนียมเมื่อขายได้ (final value fee) จะคำนวณจากหมวดหมู่ที่มีอัตราสูงที่สุดในรายการนั้น
  • การสร้างหมวดหมู่เฉพาะในร้านค้า (Store categories) เป็นฟีเจอร์ที่มีเฉพาะสำหรับ สมาชิกร้านค้าอีเบย์ eBay Store เท่านั้น คุณสามารถลงขายสินค้าในหมวดหมู่หลักและหมวดหมู่รองของร้านค้าได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

โครงสร้างแค็ตตาล็อกและหมวดหมู่ของ eBay มีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การค้นหาของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น คุณสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงล่าสุดได้จาก การอัปเดตสำหรับผู้ขาย (eBay seller updates) ที่ eBay แจ้งอยู่เป็นประจำ หากคุณใช้เครื่องมือลงขายจากผู้ให้บริการภายนอกควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องมือเหล่านั้นใช้รายการหมวดหมู่ล่าสุดที่อัปเดตแล้ว

สรุป

ลงขายสินค้าในหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องมากที่สุดเพื่อเพิ่มการมองเห็น หลีกเลี่ยงการละเมิดกฎ และช่วยให้เข้าถึงผู้ซื้อได้มากขึ้น คุณอาจพิจารณาใช้การลงขายในหลายหมวดหมู่ เพื่อเพิ่มโอกาสผู้เห็นรายการสินค้ามากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีค่าธรรมเนียมการลงขายที่เพิ่มขึ้นเมื่อเลือกหมวดหมู่เพิ่มเติม

เขียนรายละเอียดสินค้าอย่างชัดเจน

คำอธิบายสินค้า ช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น แต่ต้องกรอกข้อมูลอย่างถูกต้อง ไม่เช่นนั้น รายการสินค้าของคุณอาจไม่สามารถเผยแพร่ได้

ระบุคำอธิบายสินค้าที่ครบถ้วนและถูกต้อง รวมถึงสภาพของสินค้า และระบุข้อบกพร่องหรือความเสียหายที่มี แบ่งข้อความออกเป็นย่อหน้า และใช้รายการหัวข้อ (bulleted lists) เพื่อให้อ่านข้อมูลได้ง่ายขึ้น

Page views

สิ่งที่ห้ามใส่ในช่องคำอธิบายสินค้า

  • ข้อมูลสินค้าที่ขัดแย้งกันภายในรายการ เช่น ระบุว่าเป็นแฟลชไดรฟ์ 8GB ในชื่อ แต่เขียนว่า 4GB ในคำอธิบาย
  • ความคิดเห็นทางการเมือง ข้อความเชิงรณรงค์ หรือเนื้อหาอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้า
  • ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว งานอดิเรก หรือสินค้ารายการอื่นของคุณ
  • สัญลักษณ์หรือโลโก้ เช่น Top Rated Seller หรือ Top Rated Plus หรือข้อความที่มีลักษณะเดียวกัน
  • ข้อความชักจูงให้ผู้ซื้อให้คะแนนสูงเพื่อเพิ่มเรตติ้งหรือประสิทธิภาพของผู้ขาย
  • Active Content ทุกประเภท เช่น วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ตัวนับจำนวน หรือวิดเจ็ตต่างๆ

สรุป

ระบุคำอธิบายสินค้าให้ ชัดเจนและถูกต้อง พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับ สภาพสินค้า ข้อบกพร่อง และคุณสมบัติที่เกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้อง ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน และสิ่งต้องห้าม เช่น Active Content

เพิ่มรหัสประจำสินค้า (Product Identifiers)

การใส่รหัสประจำสินค้าในรายการสินค้าจะช่วยเพิ่มการมองเห็นและยอดขายของสินค้า (3:35)

รหัสประจำสินค้าเป็นรหัสเฉพาะที่ผู้ผลิตกำหนดขึ้นเพื่อใช้ระบุสินค้านั้นๆ โดยทำงานคล้ายกับบาร์โค้ด และอาจรวมถึง:

  • รหัสสินค้าสากล (UPC)
  • รหัสสินค้าคงคลัง (SKU)
  • รหัสมาตรฐานหนังสือสากล (ISBN)
  • หมายเลขชิ้นส่วนจากผู้ผลิต (ISBN)
  • รหัสสินค้าเพื่อการค้าระดับโลก (GTIN)

รหัสประจำสินค้าเป็นสิ่งที่จำเป็นเมื่อลงขายในหมวดหมู่ส่วนใหญ่บน eBay ผู้ขายควรใช้รหัสที่ ตรงกับสินค้าที่คุณขายเท่านั้น หากเลือกรหัสสินค้าที่คลาดเคลื่อน เช่น รุ่นคนละปีหรือสเปกต่างกัน อาจทำให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดได้

ทำไมควรใช้รหัสประจำสินค้า

ลดจำนวนคำขอคืนสินค้า เพราะผู้ซื้อจะตัดสินใจซื้อด้วยความมั่นใจมากขึ้น

เพิ่มโอกาสที่ผู้ซื้อจะพบสินค้าของคุณ ทั้งบน eBay และจากเสิร์ชเอนจินภายนอก

รหัสประจำสินค้าช่วยให้ผู้ซื้อค้นหาและเปรียบเทียบสินค้าได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งมั่นใจว่าสินค้าของคุณตรงกับสิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างแท้จริง

สรุป

ระบุรหัสประจำสินค้าที่ถูกต้อง (เช่น UPC, ISBN, MPN, GTIN) เพื่อเพิ่มการมองเห็น ลดการคืนสินค้า และช่วยให้ผู้ซื้อค้นหาสินค้าของคุณได้ง่ายขึ้น

เพิ่มข้อมูลเฉพาะของสินค้า(Item Specifics) ให้ครบถ้วน

ข้อมูลเฉพาะของสินค้า: ช่วยให้สินค้าของคุณเข้าถึงผู้ซื้อได้มากขึ้น (2:45)

ข้อมูลเฉพาะของสินค้า (Item Specifics) คือคำอธิบายแบบคีย์เวิร์ดที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของคุณแก่ผู้ซื้อ เช่น ยี่ห้อ ขนาด ความยาว ความกว้าง ความสูง ประเภท สี หรือสไตล์ และอื่นๆ อีกมากมาย

คุณสามารถเพิ่มข้อมูลเฉพาะได้ในแบบฟอร์มการลงขายสินค้า โปรดทราบว่า ข้อมูลเฉพาะจะแตกต่างกันไปตามหมวดหมู่ของสินค้า เช่น หมวดหมู่แฟชั่นจะมีข้อมูลเฉพาะไม่เหมือนกับหมวดหมู่หนังสือ

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับข้อมูลเฉพาะของสินค้า:

  • มีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์อยู่ในส่วนของข้อมูลจำเพาะของสินค้าในแบบฟอร์มลงประกาศขายสินค้า โดยจะแสดงจำนวนคำค้นหาของผู้ซื้อเมื่อพวกเขาค้นหาสินค้านั้นๆ
  • กรอกข้อมูลเฉพาะให้ครบถ้วนและถูกต้อง จะช่วยเพิ่มการมองเห็นรายการของคุณในผลการค้นหาของ eBay
  • แต่ละหมวดหมู่จะมีช่องกรอกข้อมูลเฉพาะที่แนะนำเฉพาะสำหรับหมวดนั้นๆ
    ควรกรอกให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

สรุป

ใส่ข้อมูลเฉพาะของสินค้าให้ละเอียด เพื่อเพิ่มการมองเห็นในการค้นหา และช่วยให้ผู้ซื้อระบุคุณสมบัติสำคัญของสินค้าได้อย่างรวดเร็ว

เพิ่มรูปถ่ายคุณภาพสูงและวิดีโอที่มีประโยชน์

รูปภาพคุณภาพสูงและวิดีโอที่น่าสนใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการขายสินค้าบน eBay ให้ประสบความสำเร็จ เพราะช่วยให้คุณแสดงสภาพสินค้าได้อย่างถูกต้อง และเน้นจุดเด่นที่สำคัญสำหรับผู้ซื้อ

ในความเป็นจริง สินค้าที่ดีแต่มีรูปถ่ายแย่ๆ มักขายได้น้อยกว่ามาก (หรือขายไม่ได้เลย) เมื่อเทียบกับสินค้าทั่วไปที่นำเสนอด้วยภาพที่ดึงดูด

วิดีโอก็เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน: ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อ และแสดงให้เห็นการใช้งานจริงของสินค้า ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในหลายหมวดหมู่สินค้า

How to sell on eBay

เคล็ดลับการถ่ายภาพสินค้า

ยิ่งคุณแสดงภาพสินค้าที่ ชัดเจน คมชัด และมีคุณภาพผู้ซื้อก็จะค้นหารายการของคุณได้ง่ายขึ้น และตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น ลองดูเคล็ดลับและเทคนิคต่อไปนี้ เพื่อถ่ายภาพให้ดีขึ้น แล้วถ่ายภาพให้หลากหลายและครบทุกมุมของสินค้า

ใช้พื้นหลังเรียบและไม่มีสิ่งรบกวนสายตา เพื่อให้สินค้าของคุณโดดเด่น

ปิดแฟลช และใช้แสงนุ่มๆ ที่กระจายตัว เพื่อลดเงามืด

ตั้งค่า Auto White Balance ของกล้องเป็น “อัตโนมัติ” เพื่อให้ได้สีที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุดในภาพถ่าย

ใช้ขาตั้งกล้องเพื่อป้องกันภาพสั่นเบลอ หากไม่มีขาตั้งกล้อง ให้ตั้งกล้องบนพื้นผิวเรียบ และใช้ตัวตั้งเวลาชัตเตอร์

จัดองค์ประกอบภาพให้ถูกต้อง วางสินค้าไว้ตรงกลางภาพ และดูให้แน่ใจว่าสามารถมองเห็นสินค้าทั้งชิ้นได้อย่างครบถ้วนในภาพอย่างน้อยหนึ่งรูป

แสดงขนาดของสินค้า เพื่อให้ผู้ซื้อเข้าใจขนาดจริงของสินค้าได้อย่างชัดเจน

หลีกเลี่ยงการใช้พร็อพประกอบฉาก เพราะอาจทำให้ผู้ซื้อสับสนว่าอะไรบ้างที่รวมอยู่ในรายการสินค้าของคุณ

ถ่ายภาพสินค้าให้หลากหลาย มุมใกล้ และครอบคลุมรายละเอียดสำคัญจากหลายมุม ใช้โหมดมาโครเพื่อถ่ายจุดที่สำคัญให้ชัดเจน

หากสินค้ามีตำหนิ ควรถ่ายภาพแสดงจุดบกพร่องเหล่านั้นอย่างชัดเจน หากจำเป็น ควรทำความสะอาดสินค้าก่อนถ่ายภาพ

เคล็ดลับการถ่ายวิดีโอ

บางครั้งภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ คุณสามารถอัปโหลดวิดีโอเพื่อแสดงสินค้า หรือสาธิตการใช้งานจริงได้ วิดีโอจะแสดงในตำแหน่งที่สองของแกลเลอรีภาพ และผู้ใช้บนเบราว์เซอร์เดสก์ท็อปก็สามารถดูได้เช่นกัน

วิดีโอที่มีประสิทธิภาพสูง:

  • วิดีโอแนะนำการใช้งานสินค้า
  • วิดีโอคู่มือการติดตั้ง (เช่น สำหรับอะไหล่หรืออุปกรณ์เสริม)
  • วิดีโอ DIY (เช่น สูตรอาหารโดยใช้เครื่องครัว)
  • วิดีโอแกะกล่องสินค้า
  • วิดีโอที่แสดงสภาพสินค้าชัดเจน (เช่น มีรอยขีดข่วน หรือรอยฉีกขาด)

สรุป

ใช้รูปภาพและวิดีโอคุณภาพสูงเพื่อแสดงสินค้าของคุณอย่างชัดเจน เน้นคุณสมบัติสำคัญและตำหนิ (ถ้ามี) เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ซื้อและกระตุ้นยอดขาย

ระบุเงื่อนไขการขายอย่างโปร่งใส

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเงื่อนไขการขายของสินค้าคุณชัดเจน ผู้ซื้อควรเข้าใจตัวเลือกการจัดส่ง นโยบายการคืนสินค้า และนโยบายการชำระเงินอย่างชัดเจน อย่าลืมระบุระยะเวลาในการเตรียมจัดส่ง (Handling Time) ให้ชัดเจนด้วย

นโยบายการชำระเงิน

ผู้ซื้อมีตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย เช่น บัตรเครดิตและบัตรเดบิต, Apple Pay, Google Pay, PayPal รวมถึงวิธีการชำระเงินอื่นๆ ที่ได้รับการยอมรับในแต่ละพื้นที่ (ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ที่ใช้ลงขาย)

ระยะเวลาในการเตรียมจัดส่ง (Handling Time)

ผู้ซื้อชอบได้รับสินค้าเร็ว ยิ่งคุณจัดส่งไว ผู้ซื้อก็ยิ่งพึงพอใจ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้รายการของคุณมีอันดับสูงขึ้นในผลการค้นหาด้วย

  • ยิ่งคุณกำหนดระยะเวลาเตรียมจัดส่งสั้นลง ผู้ซื้อจะเห็นวันที่ส่งถึงโดยประมาณเร็วขึ้น
  • รายการของคุณจะได้รับการ จัดลำดับให้เหนือกว่าคู่แข่ง ในผลการค้นหา
  • เพิ่มโอกาสที่รายการของคุณจะปรากฏ แม้ผู้ซื้อจะกรองผลการค้นหาด้วยเวลาจัดส่ง

อย่าลดจำนวนวันในการเตรียมจัดส่งหากคุณไม่สามารถดำเนินการได้ตามนั้น

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการเตรียมจัดส่งและวันที่ส่งถึงโดยประมาณ

นโยบายการจัดส่ง (Shipping Policy)

นโยบายการจัดส่งจะระบุระยะเวลาเตรียมจัดส่งและตัวเลือกการจัดส่งที่คุณเสนอ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้วย

  • เสนอตัวเลือกจัดส่งฟรี — ลูกค้ามากกว่า 80% มองหาสินค้าที่มีบริการจัดส่งฟรี
  • เสนออย่างน้อยหนึ่งตัวเลือกสำหรับการจัดส่งแบบเร่งด่วน (Expedited Shipping) โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • เสนอส่วนลดค่าจัดส่งและส่วนลดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้า

ทำตามคำแนะนำทีละขั้นตอนของเราเพื่อกำหนดตัวเลือกการจัดส่งของคุณ

นโยบายการคืนสินค้า

เราขอแนะนำให้คุณเสนอนโยบายการคืนสินค้าที่เอื้อเฟื้อให้ได้มากที่สุด
โปรดระบุ:

  • ระยะเวลาที่รับคืนสินค้า: 30 หรือ 60 วัน
  • ประเภทของการคืน: เปลี่ยนสินค้า หรือคืนเงิน
  • ผู้รับผิดชอบค่าจัดส่งในการคืนสินค้า (ผู้ขายหรือผู้ซื้อ)

เรียนรู้วิธีลงขายได้เร็วขึ้นด้วยนโยบายสำหรับธุรกิจ

สรุป

ระบุนโยบายการชำระเงิน การเตรียมจัดส่ง การจัดส่ง และการคืนสินค้าให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ และช่วยเพิ่มอันดับในการค้นหา

ใช้บริการเสริมของรายการสินค้าเพื่อดึงดูดความสนใจ

บริการเสริมจะช่วยให้รายการของคุณโดดเด่นในผลการค้นหา โดยมีตัวเลือกแบบชำระเงินหลายแบบบน eBay ได้แก่:

การใช้ตัวหนา

ในชื่อสินค้าของคุณช่วยดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อในผลการค้นหา

คำบรรยายใต้ชื่อ (Subtitle)

สามารถใช้เพื่อเพิ่มคีย์เวิร์ด ลักษณะสำคัญของสินค้า สภาพสินค้า หรือคำกระตุ้นการซื้อ

Gallery Plus

แสดงภาพขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อผู้ใช้คลิกหรือวางเมาส์เหนือภาพ

ตัวอย่างคำบรรยายใต้ชื่อ:

ชื่อสินค้า: Apple iPad Air 2 16/32/64/128GB Wi-Fi + Cellular 4G Unlocked 9.7" - Black/White

คำบรรยายใต้ชื่อ: 12 MONTHS WARRANTY — FAST SHIPPING — AMAZING PRICE!

ListOpt_22.jpg

คุณสามารถเพิ่มบริการเสริมในรายการสินค้า (Listing Upgrades) ได้ขณะสร้างรายการในแบบฟอร์ม Sell Your Item บริการเสริมส่วนใหญ่จะมีค่าธรรมเนียมการลงขายเพิ่มเติม (Insertion Fees)

หลีกเลี่ยงการใช้ Active Content

Active Content คือเนื้อหาประเภทไม่ใช่ข้อความปกติที่ถูกเพิ่มลงในรายการสินค้าเพื่อเพิ่มฟีเจอร์พิเศษ
แต่อาจแสดงผลไม่ถูกต้องในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แอนิเมชัน วิดีโอ ตัวนับผู้เข้าชม แท็บเสริม วิดเจ็ตแปลงค่าเงิน แบบฟอร์มความคิดเห็น และอื่นๆ

Active Content เช่น JavaScript, Flash, โมเดล 3 มิติ เพลง แท็บ หรือตัวนับ ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้บน eBay รายการที่มี Active Content จะถูกบล็อก

หากคุณเป็นสมาชิกร้านค้าอีเบย์ eBay Store คุณสามารถใช้ฟีเจอร์ในร้านค้า เช่น แนะนำให้ผู้ซื้อสมัครจดหมายข่าวของร้าน หรือใช้ Discounts Manager เพื่อขายสินค้าที่เกี่ยวข้องร่วมกันได้

สรุป

ใช้บริการเสริมแบบชำระเงิน เช่น ชื่อรายการตัวหนา คำบรรยายใต้ชื่อ และ Gallery Plus เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้รายการของคุณ

หลีกเลี่ยงการใช้ Active Content ซึ่งอาจขัดกับนโยบายของ eBay

ทำให้รายการสินค้าของคุณรองรับการแสดงผลบนมือถือ

กว่าครึ่งของการทำธุรกรรมบน eBay มีการดูผ่านอุปกรณ์มือถือก่อนซื้อ คุณจึงควรมั่นใจได้ว่ารายการสินค้าของคุณแสดงผลได้ดีบนหน้าจอมือถือ แนวทางของเราจะช่วยให้คุณปรับรายการสินค้าให้แสดงผลได้ถูกต้อง ไม่ว่าจะดูผ่านอุปกรณ์ใดของผู้ซื้อก็ตาม

อย่าใช้ขนาดตัวอักษรที่เล็กเกินไป

eBay แนะนำให้ใช้ขนาดฟอนต์พื้นฐานที่ 16 พิกเซล และใช้ไม่เกิน 1–2 ขนาด
หลีกเลี่ยงการใช้ฟอนต์ที่เล็กกว่า 12 พิกเซล มิฉะนั้นผู้ซื้อจะต้องซูมเพื่ออ่านเนื้อหาในรายการของคุณ

เลือกใช้รูปแบบการจัดหน้าที่ชัดเจนและเรียบร้อย

ใช้พื้นหลังสีขาวและตัวอักษรสีดำเป็นหลัก
ข้อความสีฉูดฉาดทำให้รายการดูรกรุงรังและเบนความสนใจจากเนื้อหา ใช้หัวข้อย่อย (bullet points) ในคำอธิบายสินค้าเพื่อให้อ่านง่าย ระวังไม่ให้บรรทัดยาวเกินไป เพราะอาจแสดงผลผิดบนหน้าจอมือถือ และควรหลีกเลี่ยงการใช้ HTML อย่างไม่เหมาะสม

อย่าใส่รูปภาพหรือเงื่อนไขการขายลงในช่องคำอธิบายสินค้า

ผู้ขายบางรายแทรกรูปภาพไว้ในส่วนคำอธิบาย ซึ่งอาจทำให้รูปแบบหน้ารายการเพี้ยน และต้องเลื่อนด้านข้างเพื่อแสดงผล เราขอแนะนำให้ใช้ระบบอัปโหลดรูปภาพของ eBay แทนการใส่ภาพลงในคำอธิบายสินค้า

หลีกเลี่ยงการเลื่อนหน้าจอในแนวนอน

หมั่นตรวจสอบว่ารายการสินค้าของคุณแสดงผลอย่างไรบนอุปกรณ์มือถือของคุณเอง หากคิดว่าควรย่อหรือปรับรูปแบบคำอธิบายสินค้า ควรดำเนินการเลย รายการยิ่งชัดเจน ก็ยิ่งมีโอกาสขายได้สำเร็จมากขึ้น

บางครั้งผู้ขายมักละเลยช่องข้อมูลเฉพาะในแบบฟอร์ม Sell Your Item และพยายามใส่ข้อมูลทุกอย่างไว้ในช่องคำอธิบายสินค้า โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงิน การจัดส่ง และการคืนสินค้า เราแนะนำให้ใช้ช่องข้อมูลเฉพาะสำหรับระบุเงื่อนไขการจัดส่ง การชำระเงิน และการคืนสินค้า เพราะมีประสิทธิภาพมากกว่าการใส่ทุกอย่างรวมไว้ในคำอธิบายสินค้า

สรุป

ปรับรายการสินค้าให้เหมาะกับการแสดงผลบนมือถือ โดยใช้ฟอนต์ที่ชัดเจน รูปแบบสะอาดตา และจัดวางรูปภาพให้ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการเลื่อนหน้าจอแนวนอน

ใช้ช่องข้อมูลเฉพาะในการระบุรายละเอียดการจัดส่ง การชำระเงิน และการคืนสินค้า แทนการใส่ไว้ในคำอธิบายสินค้า

ปรับแต่งรายการสินค้าของคุณให้เหมาะกับการค้นหาผ่านเสิร์ชเอนจิน (SEO)

เสิร์ชเอนจินจะพยายามค้นหาเนื้อหาคุณภาพที่ตรงกับคำค้นหา และนำเสนอไว้ในอันดับต้นๆ ของผลการค้นหา ระบบจะประเมินหน้าเพจด้วยหลายปัจจัย เช่น การใช้คีย์เวิร์ด การวิเคราะห์ข้อความ และรูปภาพ

eBay เองก็มีเสิร์ชเอนจินภายในชื่อว่า Cassini ซึ่งช่วยให้ลูกค้าค้นหาสินค้าที่เกี่ยวข้องมากที่สุด
Cassini ไม่เพียงพิจารณาความสอดคล้องกับคำค้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึง ประสิทธิภาพของผู้ขาย นโยบายการคืนสินค้า และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายด้วย

Try-month.png

การปรับแต่งเพื่อเสิร์ชเอนจิน (SEO) หมายถึงการปรับปรุงเว็บไซต์หรือหน้าเพจเพื่อให้แสดงผลในอันดับที่สูงขึ้นในการค้นหา การปรับรายการสินค้าอย่างชาญฉลาดจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมจากกลุ่มผู้ที่มีโอกาสมาซื้อสูง

หากคุณเลือกหมวดหมู่ถูกต้อง ใส่รหัสประจำสินค้า และอัปโหลดรูปภาพคุณภาพดี รายการของคุณก็มีโอกาสแสดงผลดีในเสิร์ชเอนจินแล้ว แต่หากต้องการดึงดูดความสนใจจากผู้ซื้อได้มากขึ้นอีก ควรใช้คีย์เวิร์ดในรายการสินค้าของคุณด้วย ต่อไปนี้คือเคล็ดลับในการโปรโมตรายการสินค้า ทั้งบน eBay และเสิร์ชเอนจินภายนอก

ใช้คีย์เวิร์ดอย่างถูกต้อง

คีย์เวิร์ด หรือ semantic core เป็นหนึ่งในเครื่องมือ SEO หลัก
คือคำหรือวลีที่ระบบใช้ในการจับคู่คำค้นหากับหน้าเพจ

  • ลองจินตนาการว่าคุณเป็นผู้ซื้อ: คุณจะพิมพ์คำว่าอะไรในช่องค้นหาเพื่อหาสินค้าของคุณ
    ตัวอย่าง: หากคุณขายต่างหูเงินวินเทจบน eBay คีย์เวิร์ดอาจเป็น “buy vintage silver earrings online”
  • ใช้เครื่องมือออนไลน์ของเสิร์ชเอนจินยอดนิยมในการค้นหาคีย์เวิร์ดฟรี
    เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้คุณตรวจสอบได้ว่าคำค้นไหนถูกใช้บ่อยในช่วงนั้น ลองใช้ Product Research — เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลของ eBay สำหรับค้นหาคีย์เวิร์ด ซึ่งจะแสดงคำค้นยอดนิยมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่คล้ายกับของคุณ
  • ใส่คีย์เวิร์ดไว้ทั้งใน ชื่อรายการ และ คำอธิบายสินค้า เพราะอัลกอริทึมจะจัดทำดัชนีจากชื่อสินค้าและยังวิเคราะห์ข้อความทั้งหมดในหน้าเพจด้วย
  • ใช้เฉพาะคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสินค้าของคุณเท่านั้น หากระบบพบว่าคำไม่เกี่ยวข้อง อาจลดอันดับรายการของคุณได้
  • เขียนให้ชัดเจน: ใช้ประโยคที่สื่อความหมายและเกี่ยวข้องกัน เพื่อให้อ่านง่าย
    เสิร์ชเอนจินมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ และให้ความสำคัญกับทั้งคำที่ใช้และคุณภาพของเนื้อหา
  • อย่าใส่คีย์เวิร์ดติดๆ กันแบบคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ให้แทรกคีย์เวิร์ดลงในเนื้อหาอย่างเป็นธรรมชาติ และ อย่าใส่มากเกินไป การใช้คีย์เวิร์ดมากเกินไป (spam) อาจทำให้เสิร์ชเอนจินกรองรายการของคุณออก ลองอ่านออกเสียงคำอธิบายของคุณ จะช่วยให้คุณตรวจเจอคำซ้ำที่ไม่จำเป็นได้ง่ายขึ้น

ทำให้รายการสินค้าของคุณเข้าถึงได้

การเข้าถึงได้ (Accessibility) เป็นองค์ประกอบสำคัญของ SEO พารามิเตอร์นี้ช่วยระบุว่าร้านค้าของคุณได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น หรือมีปัญหาในการอ่านข้อความมากน้อยเพียงใด

  • หากคุณใส่ ปุ่มเสริม รูปภาพ หรือวิดีโอ ในคำอธิบายสินค้า ให้เพิ่มแท็กคำอธิบาย (alt tag) ลงในโค้ด HTML เพราะจะทำให้ซอฟต์แวร์อ่านหน้าจอ (screen reader) บอกผู้ใช้ที่มีปัญหาทางการมองเห็นได้ว่ากำลังแสดงอะไรอยู่ เพื่อให้มองเห็นได้ดีขึ้น ควรใส่คีย์เวิร์ดลงใน alt text ด้วย
  • ใช้ฟอนต์ที่มีขนาดพอเหมาะ เขียนประโยคสั้น ย่อหน้าไม่ยาว และใช้สีที่อ่านง่าย
    (เช่น สีดำบนพื้นหลังสีขาว แทนที่จะเป็นสีเหลืองบนพื้นขาว)

ใส่ใจคะแนนประสิทธิภาพของผู้ขาย (Seller Performance)

คะแนนประสิทธิภาพของผู้ขายมีผลอย่างมากต่ออันดับรายการของคุณในผลการค้นหาบน eBay
ผู้ขายจึงควรให้บริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ ตอบข้อความอย่างรวดเร็ว และกระตุ้นให้ลูกค้าเขียนรีวิว

รับชมสัมมนาออนไลน์ของ eBay

การสัมมนาออนไลน์ของเราให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติในการปรับแต่งรายการสินค้าบน eBay เพื่อเพิ่มการมองเห็นและยอดขาย โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้ขายที่มีประสบการณ์จะมาแบ่งปันความรู้ ทั้งในเรื่องพื้นฐานของการลงขายและเทคนิคพิเศษต่างๆ รับชมสัมมนาออนไลน์ของ eBay เพื่อค้นหาแนวทางใหม่ๆ และยกระดับผลการขายของคุณ

สัมมนาออนไลน์: พื้นฐานการลงขายสินค้าและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (14:13)

สัมมนาออนไลน์: เรียนรู้พื้นฐานการปรับแต่งรายการสินค้า เพื่อเพิ่มการมองเห็นให้ได้มากที่สุด (27:25)

สรุป

เพื่อปรับแต่งรายการสินค้าให้เหมาะกับเสิร์ชเอนจิน ให้เน้นการใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม เพิ่มรหัสประจำสินค้าที่เกี่ยวข้อง และอัปโหลดภาพสินค้าที่มีคุณภาพสูง

ปรับปรุงประสิทธิภาพของผู้ขาย (Seller Performance) ด้วยการให้บริการลูกค้าอย่างดีเยี่ยม และส่งเสริมให้ลูกค้าเขียนรีวิว เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่ออันดับการค้นหาใน eBay ด้วยเช่นกัน

เมื่อคุณรู้เคล็ดลับในการปรับแต่งรายการสินค้าแล้ว ก็ถึงเวลานำไปปรับใช้!

อ่านคำแนะนำของเราเกี่ยวกับ วิธีแก้ไขรายการสินค้า เพื่อดูว่าสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง และอะไรที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้

Conquer markets around the world